ทำไมหน้าอกมนุษย์จึงมีขนาดใหญ่

ทรวงอกมีรูปร่างและขนาดแตกต่างกัน แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนมีเหมือนกัน หน้าอกเป็นเอกลักษณ์เฉพาะกับมนุษย์ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมมากกว่า 5,000 สายพันธุ์อาศัยอยู่ในโลกใบนี้ กระนั้น Homo sapiens เป็นรูปแบบชีวิตเดียวที่มีหน้าอกถาวร บางคนอาจเรียกว่าความเซ็กซี่เป็นความผิดปกติของมนุษย์ แต่มันก็ทำให้เกิดคำถามที่ว่า มีความผิดพลาดทางวิวัฒนาการหรือไม่ ? สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมอื่น ๆ ทุกตัวจะพัฒนาเต้านมชั่วคราวในระหว่างการตกไข่หรือการอนุบาลทารก โดยทั่วไปวัตถุประสงค์ของพวกเขาคือการผลิตนม ดังนั้นเมื่อน้ำนมหมดเต้านมก็จะหายไป แต่นี่ไม่ใช่กรณีของมนุษย์เพศหญิงที่มีหน้าอกเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่นตอนต้นที่ยังไม่ตั้งครรภ์ ดังนั้นเมื่อถึงจุดหนึ่งในวิวัฒนาการของเราบางสิ่งก็เปลี่ยนไป ตัวอย่างเช่นในปี 1987 นักชีววิทยา Tim Caro สำรวจเจ็ดทฤษฎีที่มีอยู่ในเรื่องนี้ หนึ่งในนั้นคือหน้าอกช่วยให้ทารกแรกเกิดสามารถดูดนมได้จากการอุ้มบริเวณสะโพก แต่มันไม่ได้อธิบายว่าทำไมหน้าอกถึงติดอยู่หลังจากขั้นตอนการอนุบาลทารกสิ้นสุดลง บางทีแนวคิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดอาจถูกเสนอครั้งแรกโดยชาร์ลส์ ดาร์วิน และต่อมาสำรวจโดยนักสัตววิทยาเดสมอนด์ มอร์ริส ในหนังสือปี 1967 ของเขา “The Naked Ape” ในนั้นมอร์ริสแสดงให้เห็นว่าเต้านมพัฒนาเป็นสัญลักษณ์ทางเพศ เมื่อบรรพบุรุษของเราเริ่มเดินตัวตรงจะทำให้อวัยวะเพศไม่ยื่นออกมาจนเป็นที่น่าสังเกตได้อย่างชัดเจนอีกต่อไป ดังนั้นเพศชายจึงไม่มีวิธีที่ชัดเจนในการรู้ว่าเมื่อใดที่เพศหญิงโตเต็มที่และเต้านมสามารถใช้สำหรับบ่งชี้ได้ อย่างน้อยทฤษฎีนี้จะอธิบายว่าทำไมหน้าอกของผู้หญิงพองตัวในช่วงวัยแรกรุ่น แต่ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไมพวกเขาถึงติดอยู่หลังหมดระดูของผู้หญิง ลองมาดูเต้านมของมนุษย์อย่างใกล้ชิด ความแตกต่างใหญ่คือมีไขมันมากกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพศหญิงสายพันธุ์อื่น ๆ ไขมันจะเติมเนื้อเยื่อเต้านมออกมาทำให้เป็นรูปร่างถาวร หน้าอกของมนุษย์ที่มีขนาดใหญ่มากอาจทำให้ปวดหลังและหน้าอก นี่คือเหตุผลที่ผู้หญิงจำนวนมากได้รับการลดเต้านม มากกว่า 61,000 คนได้รับการลดขนาดเต้านมในปี 2559 ในสหรัฐอเมริกาเพียงอย่างเดียว […]

Share Button

พืชกินสัตว์มีอยู่จริงหรือไม่

เราเคยรู้จักแต่สัตว์กินพืชและสัตว์และสัตว์กินเนื้อ แต่พืชกินสัตว์นั้นหลายคนอาจจะเพิ่งเคยได้ยิน หรือคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าหน้าตาจะเป็นยังไง การกินสัตว์ของพืชนั้น จริงๆเป็นเพียงกระบวนการดักและบริโภคสัตว์เซลล์เดียว แมลง หรือสัตว์ขาปล้อง เท่านั้น อันเป็นผลมาจากการปรับตัวเพื่อความอยู่รอดในสภาวะที่ดินมีสารอาหารอย่างไนโตรเจนน้อย หรือดินที่สภาวะเป็นกรด โดยพืชกินสัตว์สามารถแบ่งลักษณะการดักจับสัตว์ออกเป็นหลายชนิด ดังนี้ กับดักแบบหลุมพราง โดยการสร้างกับดักด้วยการม้วนงอใบที่บรรจุด้วยเอนไซม์ย่อยอาหารหรือแบคทีเรียนไว้ภายใน พบในพืชกลุ่มหม้อข้าวหม้อแกงลิง และสัปปะรดสี กับดักแบบกระดาษเหนียว เป็นกับดักที่ใช้เมือกเหนียวบนใบพืชที่เต็มไปด้วยต่อมเมือก เช่น บัตเตอร์เวอร์ต หรือ หยาดน้ำค้าง ซึ่งมีวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งเป็นต่อมเมือกที่มีขนาดสั้นและไม่มีรูปพรรณสัณฐานที่ชัดเจน กับดักแบบตะครุบ เป็นกับดักที่พืชจะมีการหุบใบเมื่อเกิดการสัมผัสจากสัตว์ พบในพืชชนิดกาบหอยแครง มีกลไกการทำงานด้วยการล่อลวงเหยื่อให้เห็นว่าไม่มีอันตรายแล้วจึงตักคุกเหยื่อด้วยการปิดใบเข้าหากัน กับดักแบบถุง เป็นกับดักที่ดูดเหยื่อด้วยถุงสุญญากาศ โดยการสูบอากาศออกจนเกิดภาวะสุญญากาศภายในผ่านรูเล็กๆ เมื่อมีสัตว์เดินผ่านถุงดังกล่าวปากถุงจะเปิดออกและดูดซับนั้นเข้าไปภายในถุง กับดักแบบหม้อ เป็นกับดักที่บังคับเหยื่อให้เคลื่อนที่ไปยังส่วนย่อยอาหารจนกระทั่งหาทางออกไม่เจอ โดยจะมีขนแข็งภายในขัดขวางไว้ไม่ให้สัตว์ย้อนกลับออกมาทางเดิม และบังคับให้เหลือมุ่งตรงไปข้างหน้าอีกทางเดียว

Share Button

วิทยาศาสตร์ของการ “อกหัก”

อาการอกหัก (Broken heart syndrome) หรือ Stress-induced cardiomyopathy หรือ Takotsubo cardiomyopathy  เป็นภาวะที่พบได้ในบ่อยในเพศหญิง โดยเฉพาะในวัยหมดประจำเดือน หรืออาจพบได้ในผู้ที่มีสุขภาพดีที่ไม่มีประวัติการเป็นโรคเกี่ยวกับหัวใจ ทั้งนี้สาเหตอาจเกิดจากการที่ร่างกายถูกกระตุ้นด้วยฮอร์โมนอะดรีนาลีนที่เพิ่มสูงขึ้นในระดับที่เป็นอันตรายต่อกล้ามเนื้อหัวใจ จึงส่งผลให้กล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดอาการแน่นหน้าอก เหนื่อยหอบ หรือแม้กระทั่งเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้ โดยปัจจัยกระตุ้นที่พบ อาจเกิดจากความเครียดทางกายหรือจิตใจ เช่น การเจ็บป่วยอย่างรุนแรง หรือรวดเร็ว ความดันโลหิตต่ำ หรือความเครียดทางอารมณ์ เช่น ความเศร้าโศกเสียใจ ความกลัว หรือความตื่นเต้น เป็นต้น จึงส่งผลให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงเฉียบพลัน การอกหัก จึงมีลักษณะอาการที่แสดงออกคล้ายผู้ป่วยในภาวะหัวใจล้มเหลว โดยอาจมีอาการเจ็บหน้าอกฉับพลัน อาการหายใจติดขัด หรือหมดสติ หลังจากเหตุการณ์ที่ส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจ จนส่งผลต่อกล้ามเนื้อหัวใจโดยเฉียบพลันชั่วขณะจากการที่กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงจนไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้ตามปกติ

Share Button

บทความ : อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)

อ่านบทความฉบับเต็มได้ที่ บทความ : อาณาจักรสัตว์ (Kingdom Animalia)    

Share Button

บทความ : อาณาจักรมอเนอรา (Kingdom Monera)

ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรมอเนอรา       – เป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีโครงสร้างเซลล์แบบโพรคาริโอต (prokaryotic cell) ในขณะที่สิ่งมีชีวิตอื่นๆทุกอาณาจักรมีโครงสร้างเซลล์แบบยูคารีโอต (eukaryotic cell)       – ไม่มีออร์แกเนลล์ชนิดมีเยื่อหุ้มเช่น ร่างแหเอนโดพลาสซึม กอลจิคอมเพลกซ์ ไลโซโซม คลอโรพลาสต์ มีเฉพาะออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มคือไรโบโซม สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้แบ่งเป็น 2 ไฟลัม คือ  1.ไฟลัมชิโซไฟตา (Phylum Schizophyta) สิ่งมีชีวิตที่จัดอยู่ในไฟลัมนี้  ได้แก่ แบคทีเรีย  ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในไฟลัมซิโซไฟดา คือ       1. มีเซลล์ขนาดเล็ก       2. ลักษณะรูปร่าง มี 3 ลักษณะคือ            2.1 รูปร่างกลม เรียกว่า coccus (coccus = เอกพจน์ cocci = พหูพจน์)    […]

Share Button

บทความ : อาณาจักรฟังไจ (Kingdom Fungi)

    สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในอาณาจักรฟังไจ ประกอบด้วย รา เห็ด และยีสต์  ลักษณะของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรฟังไจ       1. เซลล์เป็นแบบ Eucaryotic cell มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส       2. ไม่มีคลอโรฟิลล์ ดำรงชีวิตเป็นผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ที่เน่าเปื่อย       3. ผนังเซลล์เป็นสารไคตินกับเซลลูโลส       4. มีทั้งเซลล์เดียวและเป็นเส้นใยเล็ก เรียกว่าไฮฟา (Hypha) รวมกลุ่ม เรียกว่าขยุ้มรา (mycelium) ลักษณะของเส้นใยแบ่งออกเป็น 2 ชนิด            4.1 เส้นใยมีผนังกั้น (Septate hypha)            4.2 เส้นใยที่ไม่มีผนังกั้น (Nonseptate hypha or coencytic hypha)  […]

Share Button

บทความ : อาณาจักรโปรติสตา (Kingdom Protista)

ลักษณะสำคัญของสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรโปรติสตา       1. ร่างกายประกอบด้วยโครงสร้างง่าย ๆ ไม่ซับซ้อน ส่วนมากประกอบด้วยเซลล์เดียว (unicellular) บางชนิดมีหลายเซลล์รวมกันเป็นกลุ่ม เรียกว่า โคโลนี (colony) หรือเป็นสายยาว (filament) แต่ยังไม่ทำหน้าที่ ร่วมกันเป็นเนื้อเยื่อ (tissue)หรืออวัยวะ (organ) แต่ละเซลล์สามารถทำหน้าที่ของความเป็นสิ่งมีชีวิตได้ครบถ้วนอย่าง อิสระ       2. ไม่มีระยะตัวอ่อน (Embryo) ซึ่งต่างจากพืชและสัตว์ที่มีระยะตัวอ่อนก่อนที่จะเจริญเติบโตเป็นตัวเต็มวัย       3. การดำรงชีพ มีทั้งชนิดที่เป็นผู้ผลิต (Autotroph) เพราะมีคลอโรฟิลล์ เป็นผู้บริโภค (Consumer) และเป็นผู้ย่อยสลายอินทรียสาร (Decomposer)       4. โครงสร้างของเซลล์เป็นแบบยูคาริโอติก (Eucaryotic) ซึ่งมีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ได้แก่ โพรโทซัว เห็ด รา ยีสต์ ราเมือก สาหร่ายต่าง ๆ       5. […]

Share Button

บทความ : อาณาจักรพืช (Plant Kingdom)

    พืชเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีกำเนิดขึ้นมาแล้วไม่ต่ำกว่า 400 ล้านปี มีหลักฐานหลายอย่างที่ทำให้เชื่อว่าพืชมีวิวัฒนาการมาจากสาหร่ายสีเขียว กลุ่ม Charophytes โดยมีการปรับตัวจากสภาพที่เคยอยู่ในน้ำขึ้นมาอยู่บนบก ด้วยการสร้างคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เหมาะสมขึ้นมา เช่น มีการสร้างคิวติน (cutin) ขึ้นมาปกคลุมผิวของลำต้นและใบเรียกว่า คิวทิเคิล (cuticle) เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำ และการเกิด สโทมาตา (stomata) เพื่อทำหน้าที่ระบายน้ำและแลกเปลี่ยนก๊าซ เป็นต้น      อาณาจักรพืชแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ – พืชไม่มีท่อลำเลียง ได้แก่ Division Bryophyta – พืชที่มีท่อลำเลียง ได้แก่ Division Psilophyta , Division Lycophyta , Division Sphenophyta , Division Pterophyta  , Division Coniferophyta  , Division Cycadophyta , Division Ginkophyta , Division Gnetophyta  , Division Anthophyta       สิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนี้แบ่งเป็น 10 ดิวิชั่น คือ […]

Share Button