บทความ : นักดาราศาสตร์อาจพบสิ่งมีชีวิตบนดวงจันทร์ของดาวเสาร์

ดวงจันทร์เอนเซลาดัส (Enceladus) เป็นดวงจันทร์ลำดับที่ 6 ของดาวเสาร์ อาจเป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับนักดาราศาสตร์ในการตามหาสิ่งมีชีวิตนอกโลก จากภาพถ่ายขนาด 500 กิโลเมตรที่ได้จากหัววัดแคสซีนี (Cassini) ซึ่งได้ทำการเก็บตัวอย่างน้ำที่พุ่งออกจากภูเขาไฟน้ำแข็ง (cryovolcano) บริเวณขั้วใต้ของดาวเสาร์ที่พวยพุ่งสู่อวกาศ ผลการวิเคราะห์ทางเคมีของน้ำแสดงให้เห็นว่า ที่ก้นของทะเลใต้พื้นผิวของดวงจันทร์เอนเซลาดัสเป็นกระแสน้ำอุ่นซึ่งคล้ายกับก้นมหาสมุทรบนพื้นผิวโลก แม้ว่าการมีน้ำและความร้อนบนพื้นผิวของดาวสักดวงจะยังไม่ใช่หลักฐานที่มีน้ำหนักมากเพียงพอต่อการยืนยันว่าดวงจันทร์ของดาวเสาร์ดวงนี้ หรือไม่ว่าจะเป็นดาวเคราะห์ใดๆ จะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู๋ แต่ก็มีน้ำหนักมากพอในการส่งเครื่องมือที่มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นเพื่อลงไปสำรวจบนพื้นที่ห่างไกล เพื่อหาหลักฐานให้แน่ชัดว่าดาวดวงนี้มี หรือเคยมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่หรือไม่ หรือหากข้อสรุปจากการสำรวจดวงจันทร์เอนเซลาดัสไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆ นักสำรวจอาจพบหลักฐานที่แสดงว่า เหตใดดาวที่มีทรัพยากรเหมาะสมต่อการดำรงชีพดวงนี้กลับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ หรือมันอาจกำลังเตรียมตัว เพื่อรอเจ้าของใหม่มาจับจอง …

Share Button

เทคโนโลยีการสร้างภาพดิจิตอล เผยให้เห็นว่ามนุษย์ยุคหินมีหน้าตาคล้ายคนไทย

บทความของ Rossella Lorenzi ซึ่งเป็นคอลัมนิสต์ของเวปไซต์ LiveScience ได้เขียนบทความเพื่อแสดงข้อมูลที่น่าตื่นเต้นสำหรับคนไทยว่า มนุษย์ยุคหินที่มีถิ่นพำนักอยู่ในพื้นที่ประเทศไทยในปัจจุบัน เมื่อประมาณ 13,000 ปี มาแล้ว มีหน้าตาเหมือนคนในปัจจุบันที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนสวย โดยนักวิทยาศาสตร์ได้สร้างการสร้างภาพดิจิตอลของใบหน้าของผู้หญิงที่ได้พบโครงกระดูกเมื่อปีพ.ศ.2545 ในพื้นที่ถ้ำลอด ในภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศไทย แม้ว่าหลักฐานที่พบจะมีเพียงกระดูกของกะโหลกศีรษะและฟันเพียงเท่านั้น สำหรับการกำหนดอายุและจำลองใบหน้า ทีมนักวิจัยชาวไทยซึ่งนำโดย รองศาสตราจารย์ ดร. รัศมี ชูทรงเดช จากมหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่ากระดูกเป็นของผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง 25 ถึง 35 ปีและสูง 152 เซนติเมตร ทีมวิจัยได้ใช้เครื่องเร่งอนุภาค เพื่อแยกรังสีของ radiocarbon ออกจากตะกอนที่ฝังศพ (ไอโซโทปเป็นอะตอมของธาตุเดียวกันที่มีจำนวนนิวตรอนแตกต่างกัน) โดยใช้อัตราการสลายตัวของคาร์บอนในการกำหนดอายุ นักวิทยาศาสตร์คาดว่าหญิงสาวคนนี้มีอายุ 13,640 ปีมาแล้วในช่วงปลายยุคไพลสโตซีน (Pleistocene) นอกจากนี้การค้นพบในครั้งนี้ ยังเป็นการค้นพบซากมุนย์ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ประเทศไทยอีกด้วย สำหรับการจำลองสภาพใบหน้าของมนุษย์โบราณนี้ นักวิจัยใช้วิธีการจำลองจากความสัมพันธ์ที่กะโหลกศีรษะกับเนื้อเยื่ออ่อนเพื่อประเมินลักษณะใบหน้าของแต่ละคน ที่มา : http://www.livescience.com/58705-stone-age-woman-had-modern-face.html

Share Button

เสน่ห์ที่น่าหลงใหลของอนุภาค “แบริออน”

อนุภาคที่เพิ่งค้นพบ กับเสน่ห์ที่น่าหลงใหล อนุภาคที่เพิ่งค้นพบใหม่นามว่า “แบริออน” (baryon) ซึ่งเป็นอนุภาคย่อยของอะตอมแบบผสมที่เกิดจากควาร์ก 3 ตัว หมายความว่าประกอบด้วยอนุภาคขนาดเล็กที่เรียกว่าควาร์ก ซึ่งประกอบด้วยอัพควาร์ก 1 ตัว และ ดาวด์ควาร์ก 2 ตัว นักวิจัยของ LHCb ได้นำเสนอผลงานเมื่อวันที่ 6 กรกฏาคม 2017 ที่งาน European Physical Society Conference เรื่องฟิสิกส์พลังงานสูง ว่าได้มีการการตรวจพบโดยการทดลองของ LHCb ที่ห้องปฏิบัติการ CERN ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการฟิสิกส์ของยุโรปที่อยู่ใกล้กับกรุงเจนีวา นักวิทยาศาสตร์ได้ผลิตอนุภาคด้วยวิธี กระแทกโปรตอน (ramming protons) ภายในเครื่อง Large Hadron Collider ของ CERN จากสิ่งที่ค้นพบ นักวิทยาศาสตร์จะสามารถใช้ความรู้จากอนุภาคใหม่เพื่อทำการทดสอบแบบต่างๆในทฤษฎีของอนุภาคเหล่านี้ได้เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ต่อไป

Share Button

บทความ : หุ่นยนต์รุ่นใหม่ เก็บผลไม้ได้ดีกว่ามนุษย์

เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา ช่วยให้การดำรงชีวิตของเราสะดวกสบายเพิ่มมากขึ้น ทั้งในด้าน การติดต่อสื่อสาร เครื่องใช้ในครัวเรือน อุปกรณ์การแพทย์ หรือแม้แต่เครื่องจักรที่ช่วยทุ่นแรง เทคโนโลยีเหล่านี้เข้ามามีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในชีวิตประจำวันของเราทุกขณะ จนเทคโนโลยีบางประเภทสามารถเข้ามาทำงานทดแทนแรงงานมนุษย์ได้อย่างดีทีเดียว ไม่เว้นแม้แต่ “หุ่นยนต์เก็บแอปเปิ้ล” หุ่นยนต์เก็บแอปเปิ้ลที่ว่านี้ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Abundant Robotics เพื่อเก็บผลแอปเปิ้ลจากไร่ในพื้นที่ประเทศออสเตเรียที่มีมูลค่ากว่า 4 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งผู้พัฒนากล่าวว่าหุ่นยนต์ดังกล่าวมีความแม่นยำในการเก็บผลแอปเปิ้ลมากกว่ามนุษย์อีกด้วย   หลักการทำงานของหุ่นยนต์เก็บผลแอปเปิ้ลดังกล่าวมีขั้นตอนการทำงานดังนี้ เคลื่อนที่ด้วยรถอัตโนมัติตามเส้นทางระหว่างแนวต้นแอปเปิ้ล (หลักการคล้ายกับหุ่นยนต์วิ่งตามเส้น) ใช้กล้องวีดีโอความละเอียดสูงวิเคราะห์ความสุกของผลแอปเปิ้ลจากการวิเคราะห์ภาพถ่าย (image processing) โดยการเปรียบเทียบสีกับค่าความสุกที่ได้บันทึกไว้ในหน่วยความจำ ยื่นแขนกลไปยังกิ่งที่มีผลแอปเปิ้ลที่พร้อมเก็บผลผลิตด้วยแขนกล (robotic arm) เก็บผลแอปเปิ้ลโดยการดูดด้วยเครื่องดูดสุญญากาศ ทั้งนี้ ผู้ผลิตมีแผนในการนำหุ่นยนต์ดังกล่าวเข้าแข่งขันเก็บผลไม้ในการแข่งขัน FFRobotics อีกด้วย

Share Button

การปรากฏตัวครั้งแรกของสสารมืด กับหน้าที่สำคัญในการยึดเหนี่ยวจักรวาลไว้ด้วยกัน

เป็นเวลานานหลายทศวรรษแล้วที่นักวิทยาศาสตร์ได้ติดตามและค้นหาความสัมพันธ์ของสิ่งที่คอยยึดเหนี่ยวกาแลคซีต่างๆ ไว้ด้วยกัน ทราบแต่เพียงว่าเป็นสสารมืดที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่ที่คอยเชื่อมต่อกาแลคซีและนับเป็นอีกหนึ่งโครงสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจักรวาล แต่กลับเป็นเรื่องยากที่นักดาราศาสตร์จะสังเกตเห็นได้ ปัจจุบัน นักดาราศาสตร์สามารถแสดงภาพโครงสร้างขนาดใหญ่ของสสารมืดที่เชื่อมต่อกาแลกซีสองแห่งเข้าด้วยกัน ไมค์ฮัดสัน ศาสตราจารย์ด้านดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู ประเทศแคนาดากล่าวว่า “ภาพนี้ทำให้เรามองเห็นและคาดการณ์ได้มากกว่าที่คาดการณ์ไว้” ในผลการศึกษาฉบับใหม่ที่ตีพิมพ์ในวารสารประจำเดือนของสมาคมดาราศาสตร์ แท้จริงแล้ว สสารมืดซึ่งเป็นสสารที่นักดาราศาสตร์มีข้อมูลน้อยมาก แม้คาดว่าจะมีมวลมากถึงประมาณ 27 เปอร์เซ็นต์ของทั้งเอกภพ แต่เนื่องจากตรวจพบได้ยาก แต่มีสมบัติในการสะท้อนแสงต่ำหรือดูดซับแสงทุกช่วงความยาวคลื่น สิ่งนี้ทำให้แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะตรวจจับด้วยกล้องโทรทรรศน์ ยกเว้นแสงเกิดการบิดเบี้ยวจากความโน้มถ่วงจากปรากฏการณ์ที่เรียกว่า “เลนส์ความโน้มถ่วง” นักดาราศาสตร์ได้เผยว่า ในขณะที่ทำการวิจัยใช้เทคนิคที่เรียกว่า เลนส์ความโน้มถ่วง ทำการตรวจวัดความโค้งเพียงเล็กน้อยของแสงที่เกิดขึ้นในขณะเคลื่อนที่ระหว่างกาแลกซี ผลกระทบนี้ทำให้เกิดภาพประกอบของกาแลคซีที่ปรากฏบิดเบี้ยวเล็กน้อยเนื่องจากมีสสารมืดปรากฏอยู่ระหว่างกาแลซี่ ทั้งนี้ สีที่ปรากฏในภาพ ไม่ใช่สีที่แท้จริงของสสารมืด แต่เป็นการประมวลผลของคอมพิวเตอร์เพื่อแสดงให้เห็นการมีอยู่จริงของสสารมืด โดยกาแลกซีจะแสดงด้วยสีขาว ส่วนสสารมืดจะแสดงด้วยสีแดง ที่มา : http://www.livescience.com/58720-first-image-of-dark-matter-filaments.html

Share Button

กองทัพสหรัฐพัฒนาโดรนจากไม้อัดไร้เครื่องยนต์ สำหรับส่งอาหารในภาวะสงคราม

ในช่วงที่สถานการณ์โลกยังน่าเป็นห่วงอย่างต่อเนื่อง หลายคนอาจคาดการณ์ว่ามหาอำนาจอย่างสหรัฐ อาจกำลังเร่งพัฒนาอาวุธสงครามหรืออุปกรณ์สนับสนุนการรบ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการทหารเพื่อต่อกรกับศัตรูอย่างเต็มกำลัง แต่ในความเป็นจริงแล้ว เพื่อให้เกิดความสมดุลของกองทัพ รวมถึงการเพิ่มขวัญและกำลังใจของกองทัพ การพัฒนาเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการกู้ชีพ หรือเทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนและลำเลียงของยังชีพ ก็เป็นประเด็นที่สหรัฐกำลังให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยนาวิกโยธิรเรือสหรัฐ (US Marines) ได้ทำการพัฒนาโดรน (drone) หรืออากาศยานไร้คนขับ ชนิดไร้เครื่องยนต์ที่ทำจากไม้อัดเพื่อการลำเลียงของยังชีพไปยังพื้นที่ห่างไกลที่มีความสามารถในการลำเลียงได้ถึงคราวละ 700 ปอนด์ ภายใต้ชื่อ TACAD โดรนที่พัฒนาขึ้นมีต้นทุนเพียงลำละ 1,500 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 50,000 บาท ตามมีแนวคิดที่ว่า “วัสดุที่ใช้ไม้สำคัญ หากมันไม่จำเป็นต้องก็คืน” ทำให้การพัฒนาโดรนดังกล่าวเลือกใช้วัสดุที่หาได้ง่าย และมีราคาถูก แนวทางการพัฒนาเริ่มจากการสร้างโดรนที่ไร้เครื่องยนต์ แต่ใช้การทิ้งลงจากเครื่องบินแทน ทำให้โดรนสามารถร่อนได้ไกลถึง 10 ไมล์ หรือประมาณ 16 กิโลเมตร โดยปราศจากเครื่องยนต์ขับเคลื่อน จากนั้นจะใช้การนำร่องด้วยระบบ GPS ที่ถอดออกจากครื่องโทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าที่ถูกเลิกใช้แล้ว และถูกนำมาทิ้งหรือขายคืน และใช้วัสดุที่หาง่าย เช่น ไม้อัด หรือโครงเหล็ก ภาระกิจดังกล่าวพัฒนาขึ้นเพื่อการลำเลียงน้ำ อาหาร หรือเชื้อเพลิง ไปยังพื้นที่ห่างไกลที่เข้าถึงได้ลำบาก เพื่อลดความเสี่ยงจากอันตรายต่อบุคลากรเป็นหลัก แต่ทั้งนี้ […]

Share Button